แนะนำเมืองเซนได

เมืองเซนไดมีทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติกลมกลืนกับประสาท เป็นที่รู้จักกันว่า "เมืองแห่งต้นไม้"

วิธีการเดินทาง

ข้อดีอย่างหนึ่งของเซนไดคือการเดินทางที่สะดวก ใช้เวลาประมาณ 100 นาทีโดยโทโฮคุชินคันเซนจากโตเกียว ยังมีสายการบินที่บินประจำภายในประเทศที่เชื่อมกับเมืองสำคัญต่าง ๆ ของญี่ปุ่น และทางด่วน,เรือแฟรี่ที่เชื่อมกับเมืองต่าง ๆ ในประเทศ

ระหว่างประเทศ ใช้เวลาบิน 65 นาทีจากสนามบินนาริตะ, ใช้เวลาบิน 75 นาทีจากสนามบินนานาชาติชูบุ, ใช้เวลาบิน 70 นาทีจากสนามบินชินชิโตเซะ, ใช้เวลาบิน 80 นาทีจากสนามบินนานาชาติคันไซ หรือถ้าหากใช้บริการของ”นาริตะเอ็กส์เพลส”กับโทโฮคุชินคันเซน จะสามารถเชื่อมต่อกับสนามบินนาริตะได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

สายการบินที่เชื่อมระหว่างต่างประเทศกับสนามบินนานาชาติเซนได มี 5 สายคือ ใต้หวัน,เชียงไฮ้,ปักกิ่ง,เกาหลี,กวม บินประจำอาทิตย์ละ 18 เที่ยวบิน

ประวัติศาสตร์

ดาเทะ มาสามูเนะ หัวหน้าคนแรกของตระกูลเซนได สร้าง ประสาทเซนได(ประสาทอาโอบะ) ขึ้นในปี 1601 ที่อาโอบะยามะ หลังจากนั้น ฮาเสะคุระ สึเนะนากะถูกส่งไปยังยุโรปและทำธุรกิจใหญ่ ๆ เช่นเปิดท่าเรืออิชิโนะมากิ สิ่งนี้ทำให้เมืองนี้เจริญมากขึ้น นอกจากนี้ ท่านมาสามูเนะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรมโมโมะยะมะที่ตระหง่านและสวยงาม

ในเมืองมีสถานที่ประวัติศาสตร์ที่หรูหรามากมายซึ่งเกี่ยวข้องกับท่าน มาซามูเนะ เช่น "สมบัติของชาติ・ศาลเจ้าโอซากิฮะจิมังกู" และ "มุทสึโคคุบุนจิยะคุชิโด" ซึ่งเรียกช่างที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นให้มาก่อสร้างขึ้น และ "ซุยโฮเดน" ที่ดาเตะ มาซามูเนะ หัวหน้าคนแรกของตระกูลเซนไดที่เสียชีวิตเมื่ออายุ 70 ปี ต้องการให้สร้างขึ้นหลังจากท่านเสียชีวิต

รูปปั้นขี่ม้าของดาเทะ มาซามูเนะ

สมบัติของชาติศาลเจ้าโอซากิฮาชิมังกู

ซุยโฮเดน

ศาลเจ้าโทโชกู

ธรรมชาติ,วิวทิวทัศน์

วิวทิวทัศน์ที่หลากหลายในแต่ละฤดูเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเซนได แม่น้ำฮิโรเซะที่ไหลผ่านกลางเมืองมีธรรมชาติอย่างมากในสองฝ่ายของแม่น้ำ ต้นเคะยากิ (ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น)ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแห่งต้นไม้ถูกปลูกอยู่เรียงราย ทำให้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามตามฤดูกาลและผู้ที่มาเยือนได้พักผ่อนหย่อนใจ

ในเขตอากิอุ, สากุนามิ, อิซุมิที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์จากตัวเมือง สามารถ เพลิดเพลินกับความสวยงามของหุบเขาที่มีใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบใม้ร่วง

นอกจากนี้ รถไฟใต้ดินสายโทไซเริ่มบริการในเดือนธันวาคมปี 2015 สายโทไซผ่านภูเขาอาโอบะยามาที่อยู่ตะวันตกและกลางเมือง เชื่อมต่อพื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทางทิศตะวันออกที่สามารถมองเห็นท่าเรือเซนได นี่ทำให้สะดวกในการเดินทางที่จะไปสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมกับชมดูธรรมชาติ

แม่น้ำฮิโรเซะ

ใบไม้เปลี่ยนสี

โจแกะเนียวไร

ถนนโจเซนจิโดริ

อีเว้นท์

เซนไดเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งการจัดงานอีเว้นท์มากมายตลอดทั้งปี

ในฤดูใบไม้ผลิมี "เทศกาลเซนได/อาโอบะ" ที่มีการแสดงระบำนกกระจอก ขบวนยามาโฮโค กับขบวนนักรบไปทั่วทั้งเมือง ในฤดูร้อนจัดเทศกาลที่ใหญ่หนึ่งในสามของภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ "เทศกาลเซนไดทานาบาตะ" ในเมืองจะถูกประดับไปด้วยทานาบาตะที่สวยงาม

"เทศกาลดนตรีแจ๊สถนนโจเซนจิ" เป็นเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนกันยายน ทั่วทั้งเมืองจะเป็นเวทีและหลายกลุ่มเล่นดนตรี เมืองแห่งต้นไม้จะเต็มไปด้วยเสียงดนตรี

งานอีเว้นท์ที่โดดเด่นของฤดูหนาวก็คือ "ความงามของแสงดาวที่เซนได" ต้นเคะยากิ (ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น) กว่า 160 ต้นอยู่บนถนนโจเซ็นจิที่เป็นสัญลักษณ์ของเซนได จะติดไฟและสวยงาม งานที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งในช่วงปี่ใหม่ก็คือ "เซนไดฮาสึอุริ" ทั้งสี่ฤดูเต็มไปด้วยกิจกรรมตามฤดูทั่วทั้งเมือง

เทศกาลเซนไดอาโอบะ

เทศกาลเซนไดทานาบาตะ

เทศกาลดนตรีแจ๊สถนนโจเซนจิ

ความงามของแสงดาวที่เซนได

ออนเซน

รอบเมืองเซนไดมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ออนเซนก็เป็นสถานที่แนะนำเช่นกัน

"อากิอุออนเซน" มีประวัติศาสตร์ เป็นบ่อน้ำแร่ตั้งแต่1500 ปีก่อน เป็นหนึ่งในสามของบ่อน้ำแร่หลวง(น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิ) น้ำร้อนที่เป็นที่รักของบ้านดาเทะ เขตออนเซนมีเรียวคังเก่า ๆ มากมาย รอบ ๆ ออนเซนมี "น้ำตกอากิอุ" ที่เป็นน้ำตกที่ใหญ่เป็นหนึ่งในสามในญี่ปุ่น อีกสองที่คือน้ำตกเคะงนและนาชิ ยังมีที่ท่องเที่ยวที่ทำให้คุณได้เต็มอิ่มอีกก็คือหุบเขา "ไรไรเกียว" ที่ทอดยาวเป็นช่องแคบสวยงามที่มีความลึกถึง 20 เมตร

ในสากุนามิออนเซน มีเรียวคังที่ตั้งเรียงรายกันสองข้างของถนนสากุนามิที่ไปถึงจังหวัดยามากาตะ มีที่พักที่มีบ่อน้ำร้อนที่จะทำให้ท่านเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำฮิโรเซะที่ไหลตามถนน

อากิอุออนเซน

น้ำตกอากิอุ

ไรไรเกียว

สากุนามิออนเซน

อาหาร

เซนไดเป็นเมืองที่ถูกรู้จักกันว่าเป็นเมืองอู่ข้าวมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมืองที่มีอาหารชั้นนำเป็นอันดับหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

"DATEUMA(ดาเทะอุมา)" คือของอร่อยที่เกิดขึ้นที่เซนได รสชาติที่มาจากหลายอย่าง เช่นภูมิอากาศของเซนไดและ คน・ฝีมือ・หัวใจของเซนได ในเมืองมีร้านอาหารจำนวนมากที่ท่านสามารถลิ้มลองอาหารชั้นเลิศของท้องถิ่นได อย่างเช่น "ลิ้นวัวย่าง" ที่มีชื่อเสียงถึงเป็นที่รู้จักจากทั่วประเทศ

ท่าเรืออิชิโนมและชิโอกามาที่อยู่ใกล้ ๆ จากในเมืองเป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สามารถที่จะลิ้มลองรสชาติของทะเลต่าง ๆ ที่มีความสดใหม่ทั้งใน 4 ฤดูกาล "เซนไดสึเคะด้ง" คือเมนูแนะนำที่ใช้ของทะเลสดที่อุดมสมบูรณ์และข้าวของมิยากิ

ของฝากที่นิยมคือ "ซาซ่าคามาโบโกะ" ทำเหมือนกับ "ทาเดนิสุซุเมะ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านดาเทะที่เป็นหัวหน้าของเมืองเซนได มีหลายรสชาติที่แตกต่างกันในแต่ละร้าน

"หีบไม้เซนได" ที่ใช้ลายไม้ของเคยาคิ ฃึ่งเป็นงานศิลปะทางวัฒนธรรมที่ประเทศกำหนดให้ขึ้น เป็นนิยมมาก เพราะประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตเนื่องจากฝีมือของช่าง

ลิ้นวัวย่าง

ซาซ่าคามาโบะโกะ

เซนไดสึเคะด้ง

สุนดะโมจิ

ฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิของเซนไดจะมาอย่างช้าๆ โดยปกติดอกซากุระจะบานก่อนหลังวันที่ 10 เดือนเมษายน ช่วงตั้งแต่เริ่มบานจนถึงบานเต็มที่คือประมาณ 6 วัน สวมเสื้อโค้ตบาง ๆ จนถึงกลางเดือน
พอไกล้จะถึงปลายเดือนเมษายน อากาศอุ่นขึ้นและวันที่อุณหภูมิสูงก็เพิ่มขึ้น เขียวสดของเซนไดสวยงามโดยเฉพาะต้นเคะยากิ(ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น)ที่ขึ้นเรียงรายตามถนนอาโอบะและถนนโจเซนจิสวยงามจริงๆ จึงเป็นเหตุผลที่ถูกเรียกว่าเมืองแห่งต้นไม้

ฤดูร้อน
หลังฤดูฝนเป็นช่วงเทศกาลฤดูร้องของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทศกาลเซนไดทานาบาตะถูกจัดในวันที่ 6-8 เดือนสิงหาคม ช่วงสองสามปีนี้อุณหภูมิสูงขึ้นและร้อนจัด แต่ถ้าเป็นปกติ ช่วงที่ร้อนจัดก็ไม่ค่อยร้อนเท่าไร ก็เลยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองที่อยู่ง่ายในฤดูร้อน

ฤดูใบไม้ผลิ
ใบไม้เปลี่ยนสีของเซนไดจะเข้าช่วงที่ดูได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไปอุณหภูมิจะลดลงมาก เนื่องจากอุณหภูมิจะขึ้นลงเปลี่ยนมาก ถ้าหากมีเสื้อคลุมสักผื่นหนึ่งก็ดี ขอแนะนำการขับรถไปออนเซนอากิอุและสากุนามิพร้อมกับชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสี

ฤดูหนาว
"ความงามของแสงดาวที่เซนได" งานอีเว้นท์ที่โดดเด่นของฤดูหนาวฤดูหนาวของเซนไดเริ่มเปิดแสดงในเดือนธันวาคม พอมีการจัดประดับไฟบนต้นเคะยากิ(ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น)ทำให้รู้สึกว่าฤดูหนาวที่แท้จริงมาถึงแล้ว
ถึงแม้เป็นช่วงฤดูหนาว อากาศเซนไดยังอบอุ่นและหิมะตกน้อยเมื่อเทียบกับที่อื่น ถึงกระนั้นพื้นบนถนนมีน้ำแข็งอยู่โปรดระมัดระวังเท้าเพื่อไม่ให้ลื่นด้วย เวลาขับรถจำเป็นต้องติดสิ่งของที่กันลื่นที่ล้อ เซนไดจะหนาวที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ พอเข้าเดือนมีนาคมแล้ว อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น และเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

ซากุระของศาลเจ้าโอซากิฮาชิมังกู

งานดอกไม้ไฟ

บันจิอิวะ

ลานสกีอิซุมิกาตาเคะ

TOP